“ตูน บอดี้สแลม” ลั่นแล้วเรื่องขอ “ก้อย รัชวิน” แต่งงาน ก่อนเผยมีความสุขกับการวิ่ง
ตั้งใจวิ่งให้มาถึงกรุงเทพฯ ในวันอาทิตย์ วิ่งวันละ 70 กิโลฯ เพราะจะได้สะดวกเรื่องการจราจร แล้วก็มีหลายๆ ภาคส่วนเตรียมทุกอย่างไว้ ก็ตื่นให้เร็วขึ้นเพื่อจะได้วิ่งให้เร็วขึ้น ฟังดูเหมือนมันบ้าบอ แต่เรามีเป้าที่เข้ามาแล้วเดือดร้อนคนให้น้อยที่สุด วันที่จัดงานที่คิงเพาเวอร์ มันทรุดเลย ดีใจแทนโรงพยาบาล
คิดว่า 700 ล้านน่าจะถึง อยากให้มองว่า 10 บาท ก็ช่วยชีวิตคนได้ถ้าเอาเงินมาร่วมกัน 10 บาทคนไม่เดือดร้อน ทุกคนจะมีความภูมิใจเหมือนกันที่ได้ช่วยชีวิตของใครคนนึงได้ ส่วนก้อยก่อนออกมาวิ่งเค้าก็ไปซ้อมกับผมนะ ไม่ก็ไปฝึกกล้ามเนื้อ ซึ่งผมไม่คิดว่าจะวิ่งได้ แต่เค้ากลับวิ่งได้
ผมพยายามจะเข้าไปรับกับทุกคนให้ได้ และจะพยายามเข้าไปเจอกับทุกคนให้ได้ แต่หลังๆ เยอะมาก ผมต้องขอกราบขออภัยมากๆ ที่เข้าไปไม่ถึง อย่าถือโทษโกรธผมเลยนะ แต่ถ้าเป็นไปได้ผมอยากเซลฟี่กับทุกคน ส่วนเรื่องกล้ามเนื้อถามว่าบาดเจ็บสะสมมากแค่ไหน ผมไม่ทราบ แต่ผมรู้สึกแค่ว่าผมมีความสุขที่ได้ทำ ได้พรจากคุณยาย เห็นรอยยิ้มจากทุกคน
เวลาวิ่งไประหว่างทางเจอคนมามันคือความสุข ผมว่าตั้งแต่ที่วิ่งผมร้องเพลงมากกว่าทัวร์คอนเสิร์ตอีก ที่เสียงแหบเพราะพูดกับทุกคนระหว่างทาง ร้องเพลงบนเวทีที่เค้าเตรียมให้ ถ้าใส่แวนดำวิ่งก็จะสื่อสารเรื่องราวทางสายตาไม่ได้ มีเรื่องประทับใจ เจอคุณยาย 2-3 คน เค้าเห็นผมวิ่งเหนื่อย เจ็บ เค้าบอกให้นั่งรถไปจะได้สบาย เค้าบอกด้วยความเป็นห่วงด้วย
ส่วนพ่อกับแม่ก็เป็นห่วงและอาสาว่าจะดูแลเรื่องอาหารการกินให้ แต่ก็กลัวเค้าลำบาก พี่เจก็บอกให้ทานแป้งเยอะๆ กิจวัตรหลังจากวิ่งในแต่ละเซต หมอจะมาถามว่าเจ็บตรงไหนเพิ่ม และจะแก้ตามอาการ ตอนนี้เริ่มเจ็บเอ็นตาตุ่ม ข้อเท้าขวา หยุดไป 2 วัน ก็ดีขึ้นวิ่งได้ แล้วแถวหัวหินเจ็บเหมือนกันแต่เป็นทางซ้าย
หมอสั่งให้อย่าวิ่งเร็ว เพราะมันจะเป็นอันตราย หลังๆ บางครั้งแทบแค่เดิน เพราะคนเยอะ ผมขอบคุณที่ทุกคนเป็นห่วงผม บางคนได้มีเวลามาให้กำลังใจผม มีป้ายมาเชียร์ ผมประทับใจเห็นแล้วก็เก็บเอาไว้ในความทรงจำ ที่ผมวิ่งเพราะอยากได้กำลังทรัพย์ อยากได้กำลังใจให้หมอและพยาบาลให้เค้าทำงาน ไม่ใช่เฉพาะแค่ 11 โรงพยาบาลที่เราช่วย แต่หมายถึงทุกๆ ที่
อีกอย่างหนึ่งที่โครงการเราอยากได้คือ ถ้าการวิ่งของผมสร้างแรงกำลังใจให้คนอยากวิ่ง ก็ยังดี ดีกว่านั่งหน้าทีวีกินขนม อยากให้คนออกกำลังกาย ก็ลดโรคที่ขาดจากการออกกำลังกาย มันเป็นการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ จะได้ไม่ต้องไปหาหมอ ลดเวลาของหมอและพยาบาลไปได้อีก แก้ไขปัญหาพยาบาลล้น พอออกกำลังกายมีสุขภาพกายดี ใจดี งานที่รับผิดชอบก็อาจจะมากขึ้น ค่าตอบแทนก็น่าจะดีขึ้น มันน่าจะเป็นบวก ไม่เสมอตัว
เวลาวิ่งบางวันเหนื่อยมากๆ หมดแรง เสียสมาธิ ก็จะกลับมาสู่จุดเริ่มต้นของทุกอย่าง ถามว่าทำไมตัวเองถึงออกมาทำ กลับมาย้อนถามตัวเองว่านอกจากสนุกแล้วก็ได้ช่วยชีวิตของหลายคนได้ไม่มากก็น้อย ช่วยแบ่งเบาพยาบาลที่ได้เครื่องมือที่ทันสมัยและดีขึ้น พอตั้งสติได้ก็กลับไป
เดี๋ยววันที่ 31 นี้จะมีคอนเสิร์ต และเราจะมีอัลบั้มใหม่ด้วย ปีหน้าจะมีเพลงใหม่ อัลบั้มใหม่ เป็นอีกปีที่มีผลงานใหม่ๆ ส่วนถามว่าถ้าวิ่งเสร็จแล้วจะขอก้อยแต่งงานมั้ย ถ้ามีโอกาสก็คงครับ (ยิ้ม)
หมอเมย์ ที่ทำการดูแลตูนในระหว่างที่วิ่ง ก็ได้เผยถึงการดูแลตูนว่า เราวิ่งมาได้ครึ่งทางแล้ว สภาพของเค้าดีกว่าที่คิดไว้ ต้องจัดการ 50 กิโลฯให้พอเหมาะ ช่วงแรกมีภาวะขาดน้ำเพราะดื่มน้ำน้อย ต้องกินน้ำถ้าเป็นกลางวันต้องกินน้ำทุกๆ 5 นาที ทั้งน้ำและเกลือแร่ บางครั้งก็มีงอแงบ้าง ก็ตื๊อให้ทำกายภาพบ้าง แต่บางครั้งเค้าก็อยากจะอยู่คนเดียว ได้มาช่วยเค้าก็มีความสุขนะ
from:https://www.siamnews.com/view-10971.html
Comments
Post a Comment